ชี้ชัดโค้งสุดท้าย บทสรุปคุณสมบัติผู้มีสิทธิ์ได้เงิน 15000 (มีคลิป)

ชี้ชัดโค้งสุดท้าย บทสรุปคุณสมบัติผู้มีสิทธิ์ได้เงิน 15000 (มีคลิป)

จากมาตรการดูแลและเยียวยาผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ระยะที่ 2 หนึ่งในมาตรการที่ได้รับความสนใจอย่างมาก คือ มาตรการชดเชยรายได้สำหรับลูกจ้างนอกระบบ ด้วยการแจกเงินเยียวยาเดือนละ 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน

สำหรับลูกจ้างนอกระบบ จะหมายรวมถึง “แรงงานลูกจ้าง ลูกจ้างชั่วคราว อาชีพอิสระที่ไม่อยู่ในระบบ ประกันสังคม” หรือผู้ได้รับผลกระทบอื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากการหยุดกิจการของสถานประกอบการที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดเช่น สนามมวย สนามกีฬา ผับ สถานบันเทิง โรงมหรสพ นวดแผนโบราณ สปา ฟิตเนส และสถานบริการอื่น ๆ

ตัวอย่างคุณสมบัติผู้ที่จะได้รับเงิน

-วินมอไซค์

-รับจ้างทั่วไป

-พ่อค้า แม่ค้า

-บุคคลว่างงาน

-ผู้มีบัตรคนจนก็สามารถลงได้

-ผู้ประกันตนมาตรา 39 40

บุคลที่ไม่มีสิทธ์ได้รับเงิน

-เป็นเกษตรกรขึ้นทะเบียนแล้ว

-ผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่จ่ายประกันสังคมเกิน 6 เดือนไปแล้ว ยกเว้นผู้ประกันตนที่จ่ายไม่ครบ 6 เดือน

ชมคลิป บทสรุปคุณสมบัติผู้มีสิทธิ์ได้เงิน 15000

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กล่าวว่า หลักเกณฑ์รับเงินเยียวยา 5,000 บาทต่อเดือน แรงงานที่เข้าเกณฑ์ลูกจ้างนอกระบบดังกล่าว สามารถลงทะเบียนออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com คาดว่าจะเปิดใช้งานได้ในวันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2563 สามารถติดต่อได้ที่ ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้

ในการลงทะเบียน หรือติดต่อธนาคารดังกล่าว มีข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ ได้แก่ หมายเลขบัตรประชาชน, ข้อมูลบริษัทนายจ้าง, ข้อมูลปัญหาความเดือดร้อน และ ข้อมูลบัญชีพร้อมเพย์หรือบัญชีธนาคาร

สำหรับขั้นตอนวิธีการรับลงทะเบียน

1.เตรียมเอกสารสำหรับลงทะเบียน คือ หมายเลขบัตรประชาชน, ข้อมูลบริษัทนายจ้าง, ข้อมูลปัญหาความเดือดร้อน และข้อมูลบัญชีพร้อมเพย์ หรือ บัญชีธนาคาร

2. ลงทะเบียนออนไลน์ ตรวจคุณสมบัติผ่านเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com (คาดเปิดให้ลงทะเบียนวันเสาร์ที่ 28 มี.ค. 63 เวลา 08.00 น.และไม่มีกำหนดปิด ไม่จำกัดจำนวนคน)

3. เงินเยียวยาจะถูกโอนเข้าบัญชีธนาคาร ภายใน 5 วัน หลังการลงทะเบียนเสร็จสมบูรณ์

จากนั้น จะได้รับเงินจำนวน 5,000 บาทภายใน 5 วัน หลังจากลงทะเบียนเสร็จสมบูรณ์ โดยเป็นการจ่ายเงินด้วยการโอนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เช่น พร้อมเพย์ โอนเข้าบัญชีธนาคาร หรือ กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์

ธนาคารของรัฐที่เข้าร่วมโครงการ คือ ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

ทั้งนี้ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) จะเป็นผู้รับลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการ เป้าหมายรวมทั้งสิ้น 3 ล้านคน โดยการสนับสนุนเงินช่วยเหลือรายละ 5,000 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 3 เดือน (เมษายน – มิถุนายน 2563) ผ่านการลงทะเบียนแสดงความจำนงตรวจสอบคุณสมบัติ และการโอนเงินผ่านระบบ อิเล็กทรอนิกส์ เช่น พร้อมเพย์ตามเลขบัตรประจำตัวประชาชน โอนเข้าบัญชีธนาคาร กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น ส่วนวิธีการขอรับความช่วยเหลือจะเป็นไปตามแนวทางที่กระทรวงการคลังกำหนด

ขอบคุณที่มา: อ้างอิงเรื่องเล่าเช้านี้