งานเข้าแล้วไง ลุงพลร้อนตัวหนัก หลังถูกสงสัยเป็นฆาตกรฆ่าน้องชมพู่

เมื่อวันที่ 3 ก.ค.63 ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี เดินทางมาพบกับ นายไชย์พล วิภา ลุงน้องชมพู่ หลังจากที่ถูกเพจแหม่มโพธิ์ดำ ออกมาโพสต์ข้อความในใจจากตำรวจที่ทำงานในพื้นที่ เปิดเผยว่า ตนยังไม่เห็นข้อความของเพจที่มีการโพสต์ แต่ก็มีสำนักข่าวมาพูดคุยบ้างแล้ว

ส่วนตัวเมื่อได้ยินข้อความที่ว่า ตนไม่ได้กังวลอะไร หากตำรวจสงสัย ถามมาตนเองก็ตอบ ที่ผ่านมาตนเองก็ตอบไปตามความจริง อย่างเรื่องดีเอ็นเอ ตนเองก็ออกมาบอกว่า ตนเองกังวลเรื่องกระเป๋าที่ใส่เสื้อผ้าของชมพู่ วันที่ไปค้นหาและเจอศพ ซึ่งเคยวางอยู่บนเขา แต่มันหายไป ตนเองจึงออกมาให้ข้อมูลว่าหากตำรวจนำกระเป๋าพวกนี้ไปตรวจ อาจมีดีเอ็นเอของตน

ลุงพล กล่าวอีกว่า กรณีขนหมา เมื่อตำรวจมาเก็บ ตนเองก็มาให้ข้อมูลว่าหมาตนก็ขึ้นเขาจริง ส่วนเรื่องการที่ตนไปให้ข้อมูลว่าตนไปหาชมพู่กับญาติ ๆ ตนเองไม่เคยบอก แต่ตนไปหาจริง แต่ไม่ได้ไปกับญาติ วันที่ 11 พ.ค.63 เดินอยู่แถวบ้านชมพู่-บ้านตัวเอง วันที่ 12 พ.ค.63 ไปเดินบนภูเหล็กไฟ และวันที่ 13-14 พ.ค.63 ไปตามหมอธรรม

ส่วนที่ตนออกมาชี้แจง ส่วนใหญ่ก็มาจากนักข่าวมาถาม ไม่ใช่ตนออกมาให้ข้อมูลเอง ซึ่งตนก็ยอมรับว่าก็กังวลบ้างว่าหากตนไม่พูด วันหนึ่งถูกจับตนก็ไม่มีโอกาสได้พูด ตนไม่ได้น้อยใจอะไร กลับกันคือตนขอบคุณที่ตำรวจมีความสงสัย มันเปรียบเหมือนกำลังใจในการที่จะให้ต่อสู้กับเรื่องนี้ ตำรวจก็มีสิทธิ์สงสัยได้ ตนก็พร้อมให้ตรวจสอบ

และกรณีเรื่องรถแบ็กโฮ ตนยังยืนยันว่าไม่เคยเห็นรถคันดังกล่าว ที่ชาวบ้านออกมาให้ข้อมูล ตนคงพูดไม่ได้ว่าเห็นจริงหรือไม่ ต้องให้คนเห็นมาบอก ที่ผ่านมาตนไม่เคยได้ยินเรื่องนี้จนมาเป็นข่าว ส่วนเรื่องจดหมาย ตนเองมองว่าหากมีคนข่มขู่ ตนคิดว่าไม่ควรเผา หากมีการเขียนมาจริง เพราะมันคงมีเบาะแส เป็นไปได้ที่อาจจะมีอะไรที่เป็นของคนส่ง หากมีการส่งจดหมายจริง ยอมรับว่าเสียดายมากที่เผาทิ้ง เป็นตนคงจะไม่เผา

ส่วนกรณีการข่มขู่ ตนคิดว่าคนร้ายน่าจะเริ่มรู้ตัวว่ามีคนสงสัยมากขึ้น ตนไม่กลัวว่าชาวบ้านจะกลัวไม่กล้าออกมาให้ข้อมูล แต่มองว่าชาวบ้านเริ่มอึดอัดแล้วออกมาให้ข้อมูลมากกว่า เพราะการใช้ชีวิตมันเปลี่ยนไป แทบจะทำอะไรไม่ได้ ส่วนกรณีการสงสัยเรื่องครอบครัวชมพู่ ว่ามีการออกไปค้นหาชมพู่ แล้วไปเคลื่อนย้ายศพเอง ตนไม่มีความเห็นเรื่องนี้ ซึ่งเป็นมุมมองของแต่ละคน ตนไม่ได้คิดที่จุดนั้น

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว

พ.ต.อ.สุรโชค เจษฎาเดช ฉายาสารวัตรแรมโบ้ อดีตผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ และอดีตสารวัตรกองปราบนครบาล มองคดีน้องชมพู่ว่า เรื่องรถแบ็กโฮที่หายไป โดยมีตัวพยานเห็นว่า รถของเล่นยังอยู่วันที่น้องชมพู่หาย แต่หลังจากนั้น 3 วัน ปรากฏว่าไปเจอรถห่างจากศพ ประมาณ 300 เมตร แสดงว่าคนร้ายต้องอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุถึงทำได้ และสร้างพยานหลักฐานหลอกตำรวจ

แต่น่าเสียดายที่พยานหวาดกลัว และเผาจดหมายทิ้ง ซึ่งเป็นพยานหลักฐานสำคัญในทางคดี สามารถหาตัวคนร้ายรายได้เลยจาก DNA ในกระดาษจดหมาย ลายนิ้วมือในกระดาษ และลายมือคนร้ายที่เขียนข่มขู่

ตำรวจได้ทำงานกันเต็มที่ ทุ่มเทอย่างสุดความสามารถแบบพลิกแผ่นดินหาจริง น่าเห็นใจตำรวจมากคดีเป็นลักษณะแบบนี้ ดังนั้นคนที่ตอบได้ดีที่สุดคือคนในครอบครัวน้องชมพู่ ต้องตอบข้อสงสัยทุกข้อให้กับตำรวจ และสังคมให้ทราบอย่างละเอียดว่า ความจริง คือความจริง ไม่มีใครหนีความจริง

ตำรวจได้ทำงานกันเต็มที่ ทุ่มเทอย่างสุดความสามารถแบบพลิกแผ่นดินหาจริง น่าเห็นใจตำรวจมากคดีเป็นลักษณะแบบนี้ ดังนั้นคนที่ตอบได้ดีที่สุดคือคนในครอบครัวน้องชมพู่ ต้องตอบข้อสงสัยทุกข้อให้กับตำรวจ และสังคมให้ทราบอย่างละเอียดว่า ความจริง คือความจริง ไม่มีใครหนีความจริง

แหล่งข่าวที่น่าเชื่อถืออีกราย เปิดเผยว่า หากเป็นไปตามที่พยานให้ปากคำกับตำรวจ แสดงให้เห็นว่าคนร้ายมีเจตนาในการอำพรางหรือเปลี่ยนประเด็นความสนใจ เพื่อลวงให้ตำรวจเข้าใจผิด หรือพุ่งเป้าไปที่บุคคลอื่นที่ไม่ใช่ตัวเอง โดยคนที่จะทำแบบนี้ได้ จะต้องเป็นคนใกล้ตัว แล้วอาศัยช่วงที่มีการค้นหาหลักฐานเพิ่มของตำรวจ หรือชุดป่าไม้ หรือทีมข่าว หรือร่างทรง ที่ขึ้นไปยังบนเขาในช่วงหลังเจอศพ ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า จะใช้วิธีการแฝงตัวไปกับชุดที่ขึ้นเขาเหล็กไฟ

แต่ในความเป็นจริง คนที่จะทำแบบนี้ได้ ต้องแอบนำสิ่งของใส่กระเป๋า หรือกระสอบ ที่สามารถปิดบังของได้ โดยต้องลองย้อนกลับไปตรวจสอบ ว่าช่วงที่มีการขึ้นเขา มีชาวบ้านหรือใครที่มีพฤติกรรมพกกระเป๋าเป้ หรือกระสอบใบใหญ่ ที่พอจะซุกซ่อนสิ่งของได้ ขึ้นไปบนเขา

อย่างไรก็ตาม การกระทำดังกล่าว จะต้องทำในช่วงที่มีคนขึ้นเขาจำนวนมาก เพราะจุดที่เกิดเหตุจะไม่มีใครกล้าขึ้นไปเพียงลำพัง เนื่องจากจะเป็นเป้าที่ชวนให้สงสัย ดังนั้นจึงต้องอาศัยช่วงที่คนอื่น ๆ ขึ้นไปบนเขาเหล็กไฟจำนวนมาก ๆ ในการที่จะหยิบของออกจากกระเป๋า แล้วสร้างหลักฐานใหม่ในคดี เพื่อไม่ทำให้ตัวเองเป็นถูกจับได้ว่ามีการทิ้งสิ่งของเพิ่มบนเขาภูเหล็กไฟ

คลิป


ขอบคุณ ทุบโต๊ะข่าว

อ่านเนื้อหาต่อ คลิก