ไม่ต้องพึ่งยา! 9 วิธีป้องกัน”กรดไหลย้อน” ง่ายๆด้วยตัวเอง

ไม่ต้องพึ่งยา! 9 วิธีป้องกัน”กรดไหลย้อน” ง่ายๆด้วยตัวเอง

เรียกได้ว่าหลายๆคนคงรู้จักกันดีอยู่แล้วกับ โรคกรดไหลย้อน หรือบางคนอาจกำลังเป็นอยู่วันนี้เราจึงนำ 9 วิธีป้องกันกรดไหลย้อน” ง่ายๆด้วยตัวเอง

โรคกรดไหลย้อน  เป็นภาวะระยะยาว (เช่น มีอาการมากกว่า 2 ครั้งต่ออาทิตย์เป็นเวลาหลายอาทิตย์) ที่สิ่งซึ่งอยู่ในกระเพาะอาหารไหลย้อนเข้าไปในหลอดอาหารซึ่งทนต่อกรดและเอนไซม์ย่อยอาหารได้แค่ระดับหนึ่ง แล้วทำให้เกิดอาการต่าง ๆ หรือนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ อาการรวมทั้งเรอเปรี้ยวเรอขม คือได้รสกรดหรือรสขมที่ใกล้ ๆ คอ แสบร้อนกลางอก/ยอดอก ปวดหน้าอก ลมหายใจเหม็น อาเจียน หายใจมีปัญหา

 

 

affaliate-2

เช่นหายใจไม่ออกเวลานอนหรือเจ็บคอ และฟันกร่อน อาการอาจแย่ลงจนเกิดภาวะแทรกซ้อนรวมทั้งหลอดอาหารอักเสบ หลอดอาหารตีบ และเกิดเยื่อบุผิวเสี่ยงมะเร็งในหลอดอาหาร   ซึ่งอย่างสุดท้ายพิจารณาว่า เป็นการเปลี่ยนแปลงของเซลล์เยื่อบุหลอดอาหารก่อนจะเป็นมะเร็ง แล้วอาจกลายเป็นมะเร็งชนิดต่อมซึ่งบ่อยมากทำให้เสียชีวิต

 

 

affaliate-2

ปัจจัยเสี่ยงรวมทั้งโรคอ้วน การตั้งครรภ์ การสูบบุหรี่ การได้รับควันบุหรี่เป็นประจำ กระเพาะอาหารเลื่อนผ่านกะบังลม  และการใช้ยาบางประเภท  ยาที่อาจมีบทบาทรวมทั้งสารต้านฮิสตามีน (เช่น ยาแก้แพ้ ยาลดน้ำมูก) แคลเซียมแชนแนลบล็อกเกอร์ ยาแก้ซึมเศร้า และยานอนหลับ โรคมีเหตุจากหูรูดหลอดอาหารด้านล่างปิดได้ไม่ดี คือคลายตัวบ่อยเกิน การวินิจฉัยสำหรับคนไข้ที่ไม่ดีขึ้นด้วยการตรวจรักษาปกติ อาจรวมการส่องกล้องตรวจทางเดินอาหารส่วนบน การกลืนแป้งถ่ายภาพรังสี และการวัดความเป็นกรดด่างในหลอดอาหาร

 

 

affaliate-2

โรคที่ไม่ได้รักษาดูแล สามารถทำความเสียหายต่อหลอดอาหารอย่างถาวร การรักษาปกติคือให้เปลี่ยนอาหารพร้อมพฤติกรรม การใช้ยา หรือบางครั้งการผ่าตัด การเปลี่ยนพฤติกรรมอาจรวมไม่นอนในระยะ 2-3 ชม. หลังทานอาหาร, ลดน้ำหนัก, เลี่ยงอาหารบางประเภท, เลิกสูบบุหรี่และหลีกเลี่ยงควันบุหรี่ ยารวมทั้งยาลดกรด ยาต้านตัวรับเอช2 ยายับยั้งการหลั่งกรด  และยาเพิ่มการบีบตัวของลำไส้เล็ก  การผ่าตัดอาจเป็นทางเลือกสำหรับคนไข้ที่รักษาด้วยวิธีอื่น ๆ ไม่หาย

9 วิธีป้องกัน”กรดไหลย้อน” ง่ายๆด้วยตัวเองมีดังนี้

1.แบ่งทานอาหารเป็นมื้อเล็กๆ แทนมื้อใหญ่
การมีอาหารเต็มจนแน่นท้อง มักทำให้กรดไหลย้อนได้ง่าย ดังนั้นแทนที่จะกินมื้อใหญ่จนท้องตึง ลองแบ่งออกเป็นมื้อเล็กๆ ซัก 5-6 มื้อต่อวันดูสิคะ มันจะช่วยลดอาการได้มากทีเดียว และยังช่วยกระตุ้นการเผาผลาญพลังงานได้อีกด้วยนะ

 

 

2.ดื่มน้ำผสมเบกกิ้งโซดา
หากไม่อยากทานยาล่ะก็ วิธีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีค่ะ เพราะ เบกกิ้งโซดา หรือ โซเดียม ไบคาร์บอเนต สามารถช่วยลดอาการแสบร้อนกลางอกจากกรดไหลย้อนได้  วิธีก็ง่ายมากเพียงผสมเบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา เข้ากับน้ำสะอาด 1 แก้ว แล้วดื่มหลังอาหาร หรือดื่มเมื่อเริ่มมีอาการกรดไหลย้อน แต่ไม่ควรทานเบกกิ้งโซดาเกิน 5 ช้อนชาต่อวันโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์ก่อนนะคะ

 

 

3.ควบคุมน้ำหนัก
ยิ่งเราอ้วนขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งเพิ่มแรงดันทำให้กรดไหลย้อนได้มากขึ้นเท่านั้น เราจึงควรควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ด้วยการคุมอาหาร งดของทอด ของมัน และออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 5 ครั้งนะคะ

 

 

4.ขยับเสื้อผ้าให้หลวมขึ้น หลังมื้ออาหาร
อาจจะดูเป็นวิธีแปลกๆ อยู่สักหน่อย แต่บอกเลยว่ามันเวิร์คค่ะ เพราะการเพิ่มแรงกดบริเวณท้องและหูรูดหลอดอาหาร จะดันเอากรดในกระเพาะอาหารขึ้นมา ซึ่งก่อให้เกิดอาการกรดไหลย้อนนั่นเอง ดังนั้นหากเผลอทานมื้อใหญ่เข้าไป การทำเสื้อผ้าให้หลวมขึ้น เช่น ขยายขนาดเข็มขัด หรือปลดตะขอให้หลวมขึ้น ก็จะสามารถช่วยบรรเทาอาการได้ค่ะ

 

 

5. เดินออกกำลัง
การออกกำลังกายหนักๆ หลังมื้ออาหารมักทำให้อาการกำเริบ แต่การเคลื่อนไหวร่างกายเบาๆ อย่าง การเดิน  กลับทำให้อาการดีขึ้นได้นะคะ และที่สำคัญ การได้เคลื่อนไหวร่างกายระหว่างวันยังช่วยลดความเครียดได้ด้วย ซึ่งความเครียดถือเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักกระตุ้นกรดไหลย้อน ดังนั้นลองหาเวลาออกไปเดินเบาๆ ชมสีเขียวของต้นไม้กันดูนะคะ

 

 

6.ไม่สูบบุหรี่
ควันจากบุหรี่ก่อผลเสียต่อหูรูดหลอดอาหารส่วนล่าง  เมื่อมันทำงานแย่ลง อาการกรดไกลย้อนก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นจึงไม่ควรสูบบุหรี่โดยเด็ดขาด ซึ่งจะช่วยป้องกันได้อีกหลายโรคไปพร้อมกันค่ะ

 

 

7.หนุนที่นอนให้สูงขึ้น
หลายคนมักเจออาการกรดไหลย้อนตอนเข้านอน แม้ว่าจะรอย่อยหลังมื้ออาหารหลายชั่วโมงแล้วก็ตาม ทำให้รบกวนการนอนหลับ วิธีช่วยก็คือ การหนุนลำตัวท่อนบนให้สูงขึ้นขณะนอนหลับ หากไม่มีเตียงที่ปรับระดับได้ ก็สามารถใช้หมอนแทนได้เช่นกัน แต่จะต้องหนุนลำตัวด้วยไม่ใช่แค่หนุนศรีษะอย่างเดียวนะคะ เพราะการหนุนศรีษะอย่างเดียวจะยิ่งเพิ่มแรงกด ทำให้กรดไหลย้อนมากขึ้นไปอีกค่ะ

 

 

8.หลีกเลี่ยงอาหารที่กระตุ้นอาการกรดไหลย้อน
อาหารบางอย่างสามารถกระตุ้นให้เกิดอาการมากขึ้นได้ ดังนั้นเราจึงควรหลีกเลี่ยงอาหารรสจัดๆ , หัวหอม , มะเขือเทศ , อาหารทอดๆ มันๆ , ช็อคโกแลต , เปปเปอร์มิ้นต์ , ชา กาแฟ โซดา น้ำอัดลม , เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ , อาหารรสเปรี้ยว เช่น มะนาว ส้ม

 

 

9.อย่าเพิ่งเข้านอนทันทีหลังทานอาหาร
หลังมื้ออาหารเป็นช่วงเวลาที่น้ำย่อยกำลังทำงานอย่างเข้มข้น การล้มตัวลงนอนทันทีจึงทำให้กรดไหลย้อนกลับมาได้ง่ายขึ้น ดังนั้นหลังทานเสร็จแล้วจึงควรรอสัก 30-60 นาทีก่อนล้มตัวลงนอนนะคะ หรือทางที่ดีสุดก็คือ หลีกเลี่ยงการรับประทานมื้อหนักอย่างน้อย 3 ชั่วโมงก่อนเข้านอนค่ะ

 

เป็นยังไงกันบ้างละใครที่รู้ตัวว่าตัวเองเป็นอย่าลืมทำตามเคล็ดลับของเรานะคะเพื่อช่วยป้องกันและบรรเทาการเกิด อาการของกรดไหลย้อนอีก จะทำให้ร่างกายของเราทรมานอย่างมาก เป็นไปได้ ทำตามเคล็ดลับที่เราบอกให้เป็นกิจวัตรเลยนะคะช่วยได้แน่นอน หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อทุกคนนะคะ

 

ขอบคุณข้อมูล : wikihow

affaliate-2