จนท.อาสา ติดโ ค วิ ด เสี ยชีวิตอีกราย

วันที่ 24 กรกฏาคม 2564 มรสถานการณืการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19ทำให้คนไทยต้องสูญเสียคนที่เรารักไปจำนวนมากซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ยากจะทำใจได้ จ่อมาในโลกออนลไน์ได้มีความเคลื่อนไหวจากทางได้ผู้ใช้เฟสบุ๊ก Prateepungsongtham Hata ได้ออกมาโพสต์ถึงเรื่องราวสุดเศร้าจนท.อาสาติดโควิดเสียชีวิตอีกราย พร้อมระบุข้อความเอาไว้ว่า

จะให้ตายยกครัวหรือไงในสลัม เป็นข่าวที่เศร้าสะเทือนใจต่อการจากไปของนายลิขิต(อู๊ด)ทอนสูงเนิน อาสาสมัครดับเพลิงมูลนิธิดวงประทีป อู๊ด อายุเพียง50เศษต้องมาตายด้วยโควิค19เมื่อวันที่23กค.ทั้งที่วันที่22กค. ก่อนหน้าอู๊ด แม่..นางสมจิต ทองศรีเผือก ก็พึ่งเสียชีวิตด้วยโควิต19 และขณะนี้เมียของอู๊ด นางละไม ทองสูงเนิน ก็ป่วยด้วยโควิต19 กำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลบุษราคัม ลูกสาว ลูกชายก็ป่วย ขณะนี้ในชุมชนแออัดมีอัตราผู้ป่วยจากโควิต19 ยกครัวกันมากขึ้นเรื่องๆ อู๊ดเป็นอาสาที่เสียสละและมีน้ำใจ มีความกตัญญูรู้คุณแม่

เมื่อแม่ป่วยก็พยายามหาที่ตรวจเชื้อ เพราะถ้าไม่มีผลยืนยันอย่างเป็นทางการก็ไม่สามารถเข้ารับการรักษาได้ ผลตรวจเชื้อจึงเป็นกำแพงชนชั้น..กัน..คนจนไม่ให้เข้ารับการรักษาได้ง่าย เมื่อจะไปตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาลเอกชน ค่าตรวจ 3-4พันบาท ซึ่งคนจนขณะนี้ ก็จนหนักมากเพราะสถานประกอบการก็ปิดเสียเป็นส่วนใหญ่จะหาเงินที่ไหนมาเป็นค่าตรวจรับรองว่าติดโควิต และการตรวจหาเชื้อรับรองของทางการ(ฟรี)ก็ตรวจให้เพียงวันละไม่กี่คนและต้องไปเข้าคิวตั้งแต่ตีสอง ตีสาม อาการป่วยของนางสมจิตหนักมาก

ทางโรงพยาบาลจึงรับรักษาแต่ เพียงไม่กี่วันนางสมจิตเชื้อเข้าทำลายปอดจนหายใจไม่ได้ก็ต้องตายจากไป เช่นเดียวกับอู๊ด ที่คอยดูแลแม่ ส่งแม่เข้าโรงพยาบาลทั้งๆที่อู๊ดเองก็ป่วยอยู่แต่ไม่มีใบตรวจยืนยันโรงพยาบาลก็ไม่รับรักษา จนสภาวของอู๊ดหนักมาก จึงรับเข้าโรงพยาบาลแต่อู๊ดก็อยู่ไม่กี่วันอู๊ดก็จากไป นี่คือภาพสะท้อนความเหลื่อมล้ำที่ชัดเจน ที่คนจนไม่มีเงิน ไม่มีสิทธที่จะซื้อชีวิตของตัวเองและคนในครอบครัวที่เขารักได้ ขอถามดังๆว่าบ้านเมืองนี้ จะมีระบบบริหารที่ดีกว่านี้ได้ไหม หรือใจของพวกเขามืด ดำอำมหิต เห็นชีวิตคนจนเหมือนผักปลา

ที่มาและขอบคุณ Prateepungsongtham Hata

อ่านเนื้อหาต่อ คลิก