เ ตื อนแล้วนะ น้ำ 5 อ ย่า ง นี้ห้ามกินกับย า เด็ดข า ด

น้ำ 5 อ ย่า ง นี้ห้ามกินกับย า เ ด็ ดข า ด

1. กาแฟ

เชื่อว่าหลายคนเคยกินย าคู่กับกาแฟอย่างแน่นอน ซึ่งอาจจะไม่ส่งผลกระทบอะไร หากคุณไม่ได้กินกาแฟคู่กับแคลเซียมในรูปแบบวิตามินหรืออาหารเสริม เพราะหากคุณดื่มกาแฟคู่กับแคลเซียม ก็จะเหมือนกินแคลเซียมเล่น เสียเงินไปฟรี เพราะกาแฟมีฤnธิ์ขับแคลเซียมออกจากร่ า งกายนั่นเองค่ะ

นอกจากนี้ในกรณีที่อันตราย ก็คือ การดื่มกาแฟกับย ากลุ่มแก้หวัด หรือขย ายหลอดลม (ซึ่งอาจได้ย าชนิดนี้มาตอนเป็นหวัด คัดจมูก หรือในคนที่เป็นโ ร คหอบหืดที่ต้องกินย าขย ายหลอดลมเป็นประจำ) ต้องขอเต ือนว่าอย่ากินย าขย ายหลอดลมพร้อมกาแฟเด็ดข า ดค่ะ เนื่องจากกาแฟมีฤnธิ์ทำให้หัวใจเต้นเร็ว เช่นเดียวกับย าขย ายหลอดลมที่มีฤnธิ์กระตุ้นการทำงานของหัวใจเช่นเดียวกัน ดังนั้นเมื่อกินพร้อมกันอาจเกิດอาการใจสั่น รวมทั้งภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ หรือในคนที่เป็นโ ร คหัวใจอยู่แล้ว เคสนี้อันตรายมาก

2.น้ำผลไม้

น้ำผลไม้ที่เป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ก็ไม่ควรกินคู่กับย านะคะ โดยเฉพาะน้ำผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว อย่างน้ำส้ม น้ำมะนาว น้ำมะเขือเทศ หรือน้ำผลไม้รสเปรี้ยวชนิดอื่น ไม่ควรกินคู่กับย าลดกรดเด็ดข า ด

เนื่องจากคนที่เป็นโ ร คกระเพาะอาหารที่ต้องกินย าลดกรด จะมีภาวะร่ า งกายหลั่งกรดเกินปกติอยู่แล้ว ดังนั้นหากดื่มน้ำผลไม้ที่มีกรดเพิ่มไปอีก ตัวย าเคลือบกระเพาะอาหารหรือย าลดกรดอาจต้านทานไม่ไหว หรือออกฤnธิ์ลดกรดได้แต่ในส่วนของน้ำผลไม้มีกรดที่เราดื่มเข้าไป กลายเป็นว่ากระเพาะอาหารต้องเผชิญกับกรดโดยลำพังอย่างไร้ซึ่งผู้ช่วยใด

3.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับย าเป็นสิ่งที่ไม่ควรกินคู่กัน แต่อย่างน้อยเราก็เชื่อว่าหลายคนคงไม่กินย ากับเหล้า เบียร์ ไวน์ หรือค็อกเทลแน่ ทว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับย าที่อาจส่งผลให้เกิດอันตรายกับร่ า งกายก็คือในกรณีของคนที่ดื่มเหล้าเป็นประจำ มีภาวะพิ ษสุราเรื้อรัง หากดื่มมาอย่างหนักแล้วเช้าขึ้นมาปວดหัว จัดย าพาราเซตามอลเข้าไป บอกเลยว่ายิ่งเป็นการทำร้ า ยตับซ้ำแล้วซ้ำเล่า หรืออาจเพิ่มความ เ สี่ ย ง ถึงภาวะตับวายได้เลย

4.นม

นมมีโปรตีนชนิดที่ช่วยเคลือบกระเพาะอาหาร ซึ่งอาจขัดขวางการดูดซึมย า ทำให้ตัวย าไม่สามารถออกฤnธิ์รั กษ าได้ นอกจากนี้แคลเซียมในนมก็ยังมีผลต่อการดูดซึมของย าอีกด้วย โดยเฉพาะการกินย าปฏิชีวนะ หรือย าคร่าเชื้อ กับนม ที่แคลเซียมจากนมจะเข้าไปจับตัวย าปฏิชีวนะ ทำให้ย าปฏิชีวนะที่เรากินเข้าไปเพื่อหวังผลในการรั กษ าอาการอักเสบในส่วนต่าง ไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ที่ควรได้รับการรั กษ าด้วยตัวย าได้ เท่ากับการกินย าปฏิชีวนะในครั้งนี้มีผลเป็นโมฆะนั่นเอง

หรือแม้แต่การกินย าลดกรดกับนมก็ตาม ซึ่งบางคนอาจคิดว่า ในเมื่อย าลดกรดก็ช่วยเคลือบกระเพาะ และนมก็มีโปรตีนช่วยเคลือบกระเพาะ ทำไมจะกินพร้อมกันไม่ได้ คำตอบก็คือในนมนั้นมีแคลเซียมอยู่ในปริมาณไม่น้อย และแคลเซียมในนมนี่แหละที่อาจไปขัดขวางการออกฤnธิ์ของย าลดกรด หรืออาจไปเพิ่มสารบางในร่ า งกายที่ทำให้ย าลดกรดถูกดูดซึมเข้าไปในระบบลำไส้

คราวนี้คำถามคือ เมื่อย าลดกรดถูกดูดซึมเข้าสู่ร่ า งกาย อันตรายยังไง เราก็ขอเคลียร์ให้เข้าใจตรงกันก่อนค่ะว่า ย าลดกรดเป็นย าที่จะไม่ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่ า งกาย เพราะย าลดกรดมีหน้าที่เคลือบกระเพาะอาหาร เพื่อไม่ให้กรดหรือน้ำย่อยมากัดกระเพาะได้ ดังนั้นหากแคลเซียมในนมเปิดทางให้ตัวย าในย าลดกรดถูกดูดซึมเข้าไป ก็อาจเป็นการสะสมพิ ษหรือย าในร่ า งกายโดยไม่จำเป็น ซึ่งการที่ตัวย าไม่ถูกขับออกจากร่ า งกายแบ บนี้ ยังไงก็คงไม่ใช่เ รื่ อ งที่ดีต่อสุขภาพแน่

5.เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน

นอกจากกาแฟแล้ว เครื่องดื่มอย่างโกโก้ ช็อกโกแลต เครื่องดื่มชูกำลัง เครื่องดื่มเหล่านี้ก็มีคาเฟอีนอยู่เช่นกัน ดังนั้นอย่ากินย าขย ายหลอดลมคู่กับเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนทุกชนิดจะดีกว่า เพราะอาจส่งผลให้หัวใจเต้นเร็วหรือเต้นผิดจังหวะได้น้ำอัดลม

น้ำอัดลมมีทั้งกรดและคาเฟอีน ดังนั้นเราจึงไม่ควรกินย ากับน้ำอัดลม โดยเฉพาะย าขย ายหลอดลม ที่คาเฟอีนในน้ำอัดลมจะเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ รวมไปถึงคนที่เป็นโ ร คกระเพาะ การกินย าลดกรดกับน้ำอัดลมอาจทำให้ตัวย าไม่สามารถลดกรดในกระเพาะอาหารได้ เนื่องจากในกระเพาะอาหารมีกรดจากน้ำอัดลมมาให้ย าจัดการจนหมดฤnธิ์ย าไปซะก่อน ส่งผลให้กระเพาะอาหารไม่ได้รับย าลดกรดไปช่วยเคลือบกระเพาะนั่นเอง

หรือหากใครทานย าที่มีผลในการกระตุ้นประสาทอยู่แล้ว การทานย าพร้อมน้ำอัดลมผสมคาเฟอีน จะยิ่งทำให้การดูดซึมและระยะเวลาที่ย าเริ่มออกฤnธิ์ช้าลง มีผลให้ฤnธิ์ของย าลดลง และอาจก่อให้เกิດอาการไม่พึงประสงค์และผลข้างเคียงของย ามากขึ้น

สรุปแล้วการกินย าอย่างปลอดภัยและได้ประสิทธิภาพในการรั กษ าโ ร คและอาการป่ ว ยที่ดีที่สุด ก็คือการกินย าคู่กับน้ำเปล่านั่นเองค่ะ เพราะน้ำเปล่าคือตัวละลายย าที่ดีที่สุด และทางที่ดีควรกินย ากับน้ำในอุณหภูมิห้อง โดยเฉพาะคนที่เป็นหวัด มีอาการเจ็ບคอ ซึ่งน้ำเย็นอาจส่งผลให้ระคายคอมากยิ่งขึ้นได้